คู่มันส์ ดุเดือด ทีมเต็งพรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ พบกับ ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล vs แมนฯ ซิตี้

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018-19 นั้นเกิดสิ่งที่เหนือความคาดหมายกับทีมฟุตบอลอังกฤษมากมาย แต่สัปดาห์นี้การแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดใน พรีเมียร์ลีก จะมีโปรแกรมส่งท้ายก่อนที่จะเข้าสู่โปรแกรมฟุตบอลทีมชาติแต่ก็ยังมีคู่ซูเปอร์แมตช์ให้จับตามอง นั้นก็คือการดวลกันระหว่างจ่าฝูง “เรือใบสีฟ้า”​ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะยกพลบุก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูงของลีกผู้ดีอังกฤษ พรีเมียร์ลีก 2018-19 ซึ่งถูกคาดหมายว่านี่แหละคือ สองทีมเต็งพรีเมียร์ลีก ที่จะลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ ประเด็นที่น่าจับตามองก่อนเกมเดือดในคืนวันอาทิตย์ที่ 7/10/2018 นั้นจะมาถึง

วิเคราะห์ประเด็นเดือด แมนฯ ซิตี้ พบกับ ลิเวอร์พูล

1. ก่อนเกมวันอาทิตย์ในเวลา 22.30 น. (ตามเวลาไทย) ที่แอนฟิลด์ ทั้ง 2 ทีม มีสถิติลงเล่นในพรีเมียร์ลีก เท่ากันทุกประการคือ ชนะ 6 เสมอ 1 และสะกดคำว่าแพ้ในลีกไม่เป็น แต่ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การกำกับดูแลของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีผลต่างประตูที่ดีกว่า คือ ยิง 21 เสีย 3 บวกอยู่ +18 ขณะที่ หงส์แดงยิง 15 เสีย 3 บวกอยู่ +12 ประตู

2. ทั้ง 2 ทีม เพิ่งล้ามาจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ แต่ แมนฯ ซิตี้ ได้เปรียบเล็กๆ เพราะพักมากกว่า 1 วัน โดยเรือใบบุกชนะฮอฟเฟ่นไฮม์ 2-1 ที่เยอรมนีเมื่อวันอังคาร ขณะที่ ลิเวอร์พูล บุกแพ้นาโปลี 0-1 ที่อิตาลี เมื่อวันพุธ ย้อนเวลากลับไปในเกม นาโปลี-ลิเวอร์พูล ถือว่าเป็นนัดที่หงส์แดง ตื้อตันเรื่องเกมรุกแบบน่าประหลาดใจ เพราะมีโอกาสลุ้นประตูทั้งเกม 4 ครั้งเท่านั้น แต่ยิงไม่ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ที่ลิเวอร์พูลมีสถิติเลวร้ายในเกมรุก เพราะครั้งหลังสุดที่ลิเวอร์พูลยิงไม่ตรงกรอบเลย คือ เกมแพ้เบนฟิก้า 0-1 เมื่อ ก.พ. 2006 ดังนั้น ควรจับตาดูว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ จะปลุกเร้าแนวรุกหงส์แดงขึ้นมาอีกครั้งอย่างไรในวันอาทิตย์นี้

3. ครั้งสุดท้ายที่คู่นี้เจอกันที่แอนฟิดล์ คือเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งลิเวอร์พูลใช้เกมรุกอันเด็ดขาด ปราบแมนฯซิตี้ 3-0 จาก โม ซาลาห์ , อเล็กซ์ อ็อกเล็ด-แชมเบอร์เลน และ ซาดิโอ มาเน่ เมื่อ เมษายนที่ผ่านมา แต่หากจะเอา สถิตินัดที่คู่นี้เจอกันที่แอนฟิลด์ ในลีก เมื่อช่วงมกราคม,เกมนั้น ลิเวอร์พูล เฉือน แมนฯ ซิตี้ สุดมันส์ 4-3 ดังนั้น หากมองแค่ 2 เกมหลังสุดที่คู่นี้เจอกันที่บ้านหงส์ รับรองการันตีมีประตูให้แฟนๆได้เห็นแบบระเบิดเทิดเถิง ค่อนข้างแน่ มาดูกันที่สถิติในบ้านของลิเวอร์พูลในลีก ณ เข็มนาฬิากาเดินอยู่จุดนี้ ต้องบอกว่ามาตรฐานของเยอร์เก้น คล็อปป์ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่แพ้ในบ้านในเกมลีก ติดต่อกัน 24 แมตช์แล้ว นอกจากนี้ยังไม่เสียประตูในบ้านเกมลีก 8 เกมติดต่อกันด้วย

4. เรื่องตัวผู้เล่น ลิเวอร์พูลมีปัญหาในตำแหน่งของนาบี เกอิต้า ที่บาดเจ็บจากเกมกลางสัปดาห์และถึงจะมีข่าวว่าไม่เป็นไรแต่ก็คงต้องรอเช็คสภาพร่างกายอีกครั้ง แต่ดูเหมือนหมากของเยอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะชัดเจนอยู่แล้วว่าจะใช้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมลงประจำการก่อน , ขณะที่ แมนฯซิตี้ อาจมีลุ้นเล็กๆ ที่จะเห็น เควิน เดอ บรอยน์ อยู่ที่ม้านั่งสำรอง เพราะจอมทัพเบลเยียมสามารถกลับมาลงซ้อมเบาๆ ได้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์  แต่หาก KDB ยังลงไม่ไหว เป๊ปก็มีทางเลือกอีกเยอะ

5. สำหรับ เกมนี้ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการในสังเวียนแข้ง คือ มาร์ติน แอตกินสัน ซึ่งอาจจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับแมนฯซิตี้ ในฤดูกาลนี้ เพราะแอตกินสัน ได้เป่าเกมที่แมนฯซิตี้เสมอกับวูล์ฟแฮมตัน 1-1 ซึ่งเป็นเกมเดียวที่แมนฯ ซิตี้ ทำแต้มหล่นหาย , ขณะที่ลิเวอร์พูล แพ้แค่ 1 จาก 12 เกมหลังสุดที่แอตกินสันได้ลงเป่าเกมของพวกเขา ซูเปอร์แมตช์เกมนี้ เราจะได้ชมกันแบบชัดที่สุดด้วยระบบ 4K ทาง “ทรู วิชั่นส์” ช่อง 400 มีนัดกันคืนวันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 22.30 น.

Please follow and like us: